บริหารจัดการอาคาร: เลือกปั๊มน้ำไว้ใช้ที่บ้านอย่างมืออาชีพ หมดปัญหาน้ำไหลเบา

บริหารจัดการอาคาร: เลือกปั๊มน้ำไว้ใช้ที่บ้านอย่างมืออาชีพ หมดปัญหาน้ำไหลเบา หากลองค้นหาคำว่า “น้ำไหลเบา” เพราะน้ำจากฝักบัวไหลน้อยลงจนน้ำไม่ไหลไปดื้อ ๆ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับห้องน้ำชั้น 2 ขึ้นไป หรือเกิดขึ้นเมื่อมีคนในบ้านเปิดน้ำใช้พร้อมกัน

สถานการณ์ที่ว่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งรีบที่ต้องใช้น้ำก่อนออกจากบ้าน หรือกำลังใช้งานอุปกรณ์ที่ต้องอาศัยแรงดันน้ำ แต่ปัญหานี้สามารถจบได้ด้วยการติดตั้งปั๊มน้ำดี ๆ สักเครื่องเพื่อช่วยเพิ่มแรงดันและกระจายการใช้น้ำให้ทั่วถึง เนื้อหานี้การเลือกซื้อปั๊มน้ำ ตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนติดตั้ง เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานสูงสุด ไม่ว่าจะเปิดน้ำพร้อมกันกี่จุดก็ได้น้ำที่แรงเท่า ๆ กันครับ

2 สิ่งต้องเตรียม ก่อนจะมีปั๊มน้ำ

1. เตรียมพื้นที่ให้พร้อมก่อนติดตั้ง

การเตรียมพื้นที่และกำหนดจุดติดตั้งที่เหมาะสมเป็นปัจจัยแรก ๆ ที่มองข้ามไม่ได้ เพราะมีส่วนทำให้ปั๊มทำงานได้ดีและยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น โดยปกติจะเลือกวางในระดับพื้นดินใต้ชายคาบ้านที่ไม่มีน้ำท่วมขัง ปั๊มน้ำเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความร้อน จึงไม่ควรติดตั้งชิดผนัง ต้องห่างจากกำแพงอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อให้มีพื้นที่ระบายความร้อนและสามารถเข้าซ่อมบำรุงได้สะดวก ที่สำคัญไม่ควรติดตั้งติดปั๊มน้ำไว้ใกล้ห้องนอน เนื่องจากปั๊มน้ำจะทำงานอัตโนมัติ มีการปั๊มน้ำตลอดทั้งวัน เมื่อมีการใช้น้ำจุดใด ๆ เสียงและแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องปั๊มน้ำอาจส่งผลกระทบกับห้องดังกล่าวได้

2. ถังเก็บน้ำ จำเป็นต้องมี

สิ่งที่ต้องมีก่อนติดตั้งปั๊มน้ำทุกกรณี คือ ถังเก็บน้ำ การติดตั้งปั๊มน้ำอย่างถูกวิธีต้องต่อท่อน้ำประปาจ่ายน้ำเข้าในถังเก็บน้ำก่อนเสมอ แล้วจึงค่อยต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ห้ามต่อเครื่องสูบน้ำเข้ากับท่อประปาโดยตรง เพราะนอกจากผิดกฎหมายตามข้อบังคับ กปน. ฉบับที่ 26 แล้ว การดึงน้ำจากท่อประปาสาธารณะมาใช้เฉพาะบ้านตนเองยังส่งผลให้เพื่อนบ้านได้รับความเดือดร้อนจากปริมาณน้ำที่น้อยลงและอาจส่งความเสียหายต่อระบบท่อภายในบ้านของเราเองด้วยครับ

สำหรับขนาดของถังเก็บน้ำในบ้านพักอาศัย ต้องเลือกขนาดที่เพียงพอต่อการใช้งานของคนในบ้าน โดยอ้างอิงจากสถิติความต้องการใช้น้ำเฉลี่ยปริมาณ 200 ลิตรต่อคน สำหรับสำรองน้ำใช้ใน 1 วัน

วิธีการคำนวณ คือ นำจำนวนคน x 200 (ลิตร) x จำนวนวัน จะได้ปริมาณน้ำที่จะใช้ เช่น ในบ้านที่มีสมาชิก 4 คน จะเท่ากับ 4 x 200= 800 ลิตรต่อวัน และควรเผื่อฉุกเฉิน 2-3 วัน ดังนั้นถังน้ำสำหรับครอบครัว 4 คน จึงควรมีขนาด 1,500 -2,500 ลิตร

5 คุณสมบัติสำคัญในการเลือกซื้อปั๊มน้ำ

1. เลือกกำลังวัตต์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

เครื่องปั๊มน้ำปัจจุบันมีให้เลือกหลายแบรนด์ หลายรุ่น แต่ละรุ่นมีจุดขายชวนให้ซื้อต่างกัน ผู้บริโภคบางท่านเข้าใจผิดคิดว่าปั๊มน้ำที่ดีจะต้องมีความแรงและกำลังวัตต์สูง ๆ ไว้ก่อน ซึ่งแรงวัตต์สูงนั้นดีแต่อาจจะดีเกินความจำเป็นสำหรับบ้านที่มีจุดใช้น้ำน้อย ก่อนทำการตัดสินใจซื้อจึงต้องศึกษาคุณสมบัติของปั๊มน้ำให้เหมาะสมกับการใช้งานเป็นหลัก โดยพิจารณาจากปริมาณการใช้งานต่อวัน, จุดที่ใช้น้ำในบ้านทั้งหมดมีกี่จุด ทั้งในบ้านและนอกบ้าน, โอกาสและช่วงเวลาที่ใช้พร้อมกัน ประกอบกับความสูงของอาคาร แล้วค่อยนำ

2. มีฟังก์ชันปรับแรงดันน้ำอัตโนมัติ

ปั๊มน้ำอัตโนมัติมีหลัก ๆ 2 ประเภท คือ ปั๊มชนิดถังแรงดัน และปั๊มชนิดแรงดันคงที่ ทั้งสองแบบมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน ดังนี้

ปั๊มแบบถังแรงดัน (ทรงกระบอก) ทำงานโดยใช้หลักการให้น้ำไปแทนที่อากาศ เพื่อใช้แรงดันของอากาศในปั๊มดันน้ำออกไปยังส่วนต่าง ๆ ของอาคาร ข้อดีคือ ทนทาน ราคาถูก อะไหล่หาง่าย แต่มีข้อเสียในการให้แรงดันน้ำไม่สม่ำเสมอ เมื่อเปิดใช้งานพร้อมกันความแรงของน้ำแต่ละจุดอาจไม่เท่ากัน ปั๊มน้ำตัดการทำงานบ่อย ๆ ทำให้ต้องไล่เช็คลมและปล่อยน้ำอยู่เสมอ

ปั๊มแบบแรงดันคงที่หรือ Inverter (ทรงเหลี่ยม) หากงบซื้อปั๊มน้ำมีมากพอ แนะนำปั๊มน้ำแบบแรงดันคงที่ครับ ซึ่งจะมีรูปลักษณ์ภายนอกสวยงามทันสมัย ให้แรงดันน้ำสม่ำเสมอ เหมาะกับบ้านที่มีการใช้น้ำหลายจุดและอุปกรณ์ที่ต้องการแรงดันน้ำคงที่ อย่างเช่น เครื่องซักผ้า, เครื่องทำน้ำอุ่น และ Rain shower ข้อดีของปั๊มชนิดนี้คือ เสียงเบาและมีขนาดที่กะทัดรัด ประหยัดไฟฟ้า แต่ก็ตามมาด้วยราคาที่สูงกว่า

และหากสามารถเพิ่มงบสูงขึ้นอีกหน่อย ปั๊มน้ำแรงดันคงที่รุ่นสเปคสูง จะมีฟังก์ชันควบคุมปั๊มน้ำอัจฉริยะ สามารถตรวจสอบระบบแรงดันน้ำที่เปลี่ยนแปลงแบบอัตโนมัติ เมื่อแรงดันน้ำลดลงจะ setup แรงดันน้ำให้แรงขึ้นได้เอง บางรุ่นสามารถตั้งแรงดันของระบบได้ตามต้องการ และปรับรอบการทำงานของมอเตอร์ตามปริมาณการใช้น้ำจริงได้อีกด้วย จ่ายแพงขึ้นอีกนิดแต่มั่นใจได้ว่าทุกจุดการใช้งานจะให้น้ำแรงสม่ำเสมอ แม้จะเปิดใช้พร้อมกัน

3. อย่ามองข้ามวัสดุของตัวถังของปั๊มน้ำ

ปั๊มน้ำเป็นอุปกรณ์ที่มักติดตั้งไว้ระดับพื้น มักได้รับผลกระทบจากแสงแดด ลมและฝน หากตัวถังผลิตจากวัสดุไม่มีคุณภาพจะทำให้ผุกร่อนง่ายและเกิดปัญหาถังรั่วตามรอยตะเข็บ อย่าลืมมองหารุ่นที่ตัวถังผลิตจากวัสดุที่มีความทนทาน ไม่เป็นสนิมหรือออกแบบไร้รอยเชื่อมต่อ เพื่อป้องกันการรั่วซึมตามตะเข็บ ทั้งนี้ควรเลือกปั๊มน้ำที่มีคุณสมบัติระบายความร้อนได้ดี เพื่อยืดอายุการใช้งานของตัวมอเตอร์ ซึ่งในบางรุ่นจะมีพัดลมระบายความร้อนในเครื่อง แต่ปั๊มน้ำอัตโนมัติบางรุ่นได้ออกแบบการระบายความร้อนด้วยน้ำหรือใช้มอเตอร์แบบแม่เหล็กถาวร จึงไม่จำเป็นต้องมีพัดลมระบายความร้อนครับ

4. ควรมีระบบตรวจสอบความผิดปกติของน้ำ

เครื่องปั๊มน้ำที่ดีควรมีเครื่องหมาย มอก. รับรอง พร้อมเทคโนโลยีระบบตรวจสอบความผิดปกติและตัดการทำงานอัตโนมัติ อาทิ การป้องกันแรงดันเกินจากท่อประปาที่ส่งน้ำมาแรงเกิน มีเซนเซอร์แจ้งเตือนกรณีน้ำแห้งหรือน้ำขาด (Dry-running protection) และกรณีท่อรั่ว ปิดวาล์วน้ำไม่สนิท ปั๊มน้ำจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนหน้าตัวเครื่อง พร้อมกับปิดการทำงานให้อัตโนมัติ เพื่อป้องกันด้านความปลอดภัยและแจ้งให้ผู้ใช้ทราบได้ว่ามีจุดรั่วไหล

5. ปั๊มน้ำเสียงเงียบหลับสบายไม่สะดุ้งกลางดึก

ปั๊มน้ำทั่วไปจะมีเสียงดังทุกครั้งที่มีการเปิดใช้น้ำ ระดับเสียงจะอยู่ที่ 50-60 เดซิเบล ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพกาย แต่อาจรบกวนสุขภาพจิตของคนในบ้านและเพื่อนบ้านได้ แนะนำให้มองหาปั๊มน้ำอัตโนมัติระบบ Inverter ที่นอกจากช่วยประหยัดค่าไฟแล้ว การทำงานยังเงียบ บางรุ่นมีระดับเสียงเท่า ๆ กับที่เราคุยกันปกติหรือประมาณ 45 เดซิเบล ช่วยลดมลพิษทางเสียงไปได้ค่อนข้างมากเลยครับ